วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

เมื่อคุณอาคม รวมสุวรรณ แห่งนสพ.ไทยรัฐ พาไปดู Honda Mobilio

เค้ามาแล้ว HONDA MOBILIO ใหญ่จริงไรจัง

โดย อาคม รวมสุวรรณ 12 ก.ย. 2557 17:55

12 กันยายน 2557 – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ยนตรกรรมอเนกประสงค์ขนาดซับคอมแพคท์ ตอบรับทุกการใช้งานบนพื้นที่นั่งโดยสาร และพื้นที่ใช้สอยขนาดบิ๊กๆ ฮอนด้า โมบิลิโอ ออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน เน้นสไตล์สปอร์ตทันสมัยแบบสเตชั่นแวนกอนสุดอเนกประสงค์ ภายในห้องโดยสารรองรับการใช้งานด้วยพื้นที่กว้างในแบบที่ไม่เคยปรากฏบนรถ ยี่ห้อใดมาก่อนในราคาระดับนี้ (5.9-7.3 แสนบาท) เบาะนั่งปรับพับได้อย่างรวดเร็วจนตกกะใจ ด้วยเบาะแบบกลไกที่ใช้การพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานที่หลากหลายครบครัน ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ และมาตรฐานความปลอดภัยครบ สมรรถนะจากเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ชุดส่งกำลัง เกียร์ CVT ใหม่ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าวัยทำงาน ด้วย 4 รุ่น ในราคาที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ตั้งแต่ 597,000–739,000 บาท ตั้งเป้าจำหน่าย 10,000 คัน ภายในหนึ่งปี
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันฮอนด้านำเสนอยนตรกรรมในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ถึง 3 รุ่น ได้แก่ โอดิสซีย์ สเตปแวกอน สปาด้า และฟรีด เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและการใช้งานในหลายรูปแบบ ซึ่งทั้ง 3 รุ่นได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดีสำหรับฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ นี้ นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 4 ของกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ที่มาเติมเต็มความต้องการของตลาดในระดับต้นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้และนับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นแรก ของฮอนด้าที่ผลิตในประเทศไทย”

ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างทีมพัฒนาชาวญี่ปุ่นและชาวไทย ณ ศูนย์วิจัย และพัฒนารถยนต์ฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย โดยได้รับการพัฒนาตามหลักการออกแบบยนตรกรรมของฮอนด้า Man MaximumMachine Minimum ที่เน้นให้ความสำคัญต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมีการออกแบบภายนอกที่ทันสมัยบนแนวสเตชั่นแวนกอน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียม การควบคุมขับขี่คล้ายกับรถซีดาน นอกจากนี้ยังมีความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ 189 มิลลิเมตร เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระ และการขับขี่ได้ในสภาพถนนที่มีความขรุขระ
ภายในห้องโดยสารเน้นกว้างไว้ก่อน ทั้งผู้โดยสารในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 มีพื้นที่สำหรับการวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะอย่างพอเพียง พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ สำหรับ ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับ Jazz 2014 เป็นเครื่องยนต์แบบ SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ชุดส่งกำลังหรือเกียร์ วางระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ เครื่อง 4 สูบ 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที เพียงพอต่อการใช้งานทั้งการวิ่งในเมืองหรือเดินทางไกล สมรรถนะการขับขี่ที่เชื่อมโยงความคล่องตัวบนเรือนร่างที่เหมือนกับรถซีดาน อัตราการประหยัดน้ำมันที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีของความประหยัดในชุดส่งกำลังและ เครื่องยนต์
ฮอนด้า โมบิลิโอ วางระบบความปลอดภัยครบๆ โดยระบบความปลอดภัยหลักใช้โครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON)ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ถุงลมคู่หน้า(Dual SRS) และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

ฮอนด้า โมบิลิโอ ตอบรับการใช้งานที่มีความหลากหลาย สำหรับรูปแบบใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันด้วยการกำหนดพื้นที่ให้มีความกว้างขวาง มากกว่าปกติ เหมาะกับการขับใช้งานเดินทางไปท่องเที่ยวแบบครอบครัว การทำกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง และยังต้องการพื้นที่ในการบรรทุกอุปกรณ์กีฬาหรือสันทนาการ รวมถึงการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถในการบรรทุกสินค้า เป็นรถยนต์กึ่งอเนกประสงค์ที่ลงตัว

ฮอนด้า โมบิลิโอ มีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่
รุ่น RS AT มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตในทุกมุมมอง ด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์สปอร์ตไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้า กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต พร้อมสเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ภายในสีดำ และมีเบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว โดยแถวที่ 2 พับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบแบบจังหวะเดียว (One Motion) และมีระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch มาพร้อมการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ลำโพง 4 ตัว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ราคา 739,000 บาท

รุ่น VAT ภายในสีเบจ และมีเบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังราคา 682,000 บาท
รุ่น S มีทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ (AT) และเกียร์ธรรมดา (MT) ภายในสีดำ และมีเบาะนั่งเป็นแบบ 2 แถว ซึ่งมีพื้นที่ด้านหลังเพื่อบรรทุกสัมภาระได้จำนวนมาก พร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถเพื่อความสะดวกในการบรรทุกของต่างๆ รุ่น S AT ราคา 642,000 บาท และรุ่น S MT ราคา 597,000 บาท

ด้านนายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการสื่อสารการตลาดว่า “ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ มาด้วยคอนเซปต์การสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด Mobilize the Modern Life ขับเคลื่อนชีวิตทันสมัย...ที่ไม่เคยหยุดนิ่งตอบโจทย์ทุกด้านของการใช้ชีวิต ยุคใหม่ โดยเป็นการนำเสนอจุดเด่นของฮอนด้า โมบิลิโอ ที่สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ที่มีความเปลี่ยนแปลงและหลากหลายมากขึ้น ถ่ายทอดเป็นคำจำกัดความ All-new Honda Mobilio forModern & Bigger Life ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย ภายในกว้างขวางเหมาะกับรูปแบบ การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่เปิดกว้างและทำกิจกรรมได้หลายอย่าง”

ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) และสีเงินอลาบาสเตอร์(เมทัลลิก) ในทุกรุ่น และเพิ่มสีขาวออร์คิด(มุก) เฉพาะในรุ่น RS AT และรุ่น V AT และเพิ่มสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะในรุ่น S
ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ ฮอนด้า โมบิลิโอใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศหรือ www.honda.co.th/mobilio และสำหรับสื่อมวลชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวหรือดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://media.honda.co.th/หมาย เหตุ : - อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น - สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom


ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณ คุณอาคม  รวมสุวรรณ แห่งนสพ.ไทยรัฐ ที่ได้แชร์ข้อมูลให้ได้ติดตามกัน โดยเฉพาะข่าวสารและเรื่องราวที่น่าติดตามในวงการยานยนต์ พร้อมกับต้องขอขอบคุณบจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ผู้นำด้านการให้บริการ gps ติดตามรถ ด้วยสินค้าดีมีคุณภาพ ผ่านมาตรฐานชั้นนำทั่วโลก กลัวเสียเวลา กลัวปวดหัว เลือกของแท้ที่นี่เท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไทยรัฐ พาไปลองของบึกบึน NISSAN NAVARA NP300 กระบะพันธุ์โหด (ตอนที่1)

ลองของบึกบึน NISSAN NAVARA NP300 กระบะพันธุ์โหด (ตอนที่1)

โดย อาคม รวมสุวรรณ 31 ก.ค. 2557 14:05

รถปิกอัพหรือรถกระบะกลายเป็นยานพาหนะในดวงใจของคนไทยส่วนใหญ่ที่ชื่น ชอบในความอเนกประสงค์ของการใช้งานบนความแข็งแกร่งสมบุกสมบันไม่พังคาเท้ากัน ง่ายๆ สงครามแย่งชิงยอดขายของรถกระบะในประเทศเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีต่อ เนื่องมาจนถึงกลางปี กับข่าวคราวการเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กระบะภายใต้แบรนด์ สัญลักษณ์ Nissan ด้วยรถรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Navara รหัส NP300 สืบสานตำนานความอึดของกระบะพันธุ์แกร่งที่ไม่เป็นสองรองใคร ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรุ่นใหม่ บนเปลือกตัวถังที่ผ่านการบ่มเพาะมาเป็นพิเศษในด้านความหล่อเหลาปนกับมาดโหดๆ ยามบุกตะลุยไปในทางทุรกันดาร NP300 ที่กำลังมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จตามที่กลุ่มผู้บริหารใน Nissan คาดการณ์ ปิกอัพคันนี้เกิดจากความพยายามในการเอาชนะกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ บวกกับความสามารถในการวิ่งบุกตะลุยบนทางวิบากไปในทุกพื้นที่ทุรกันดาร

แชสซีส์กระบะของ Nissan นั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการรับแรงและความคงทน ไล่เรียงมาตั้งแต่ Big M / Frontier มาจนถึง Navara ในเวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมมาเป็น Navara NP300 ขั้นตอนในการทดสอบตัวรถต้นแบบก่อนผลิตจริงด้วยระยะทางที่ใช้ในการวิ่งทดสอบ และประเมินประสิทธิภาพก่อนที่จะลงมือผลิตจริงยาวไกลมากถึง 1,000,000 กิโลเมตร บนท้องถนนทั่วโลก น้ำหนักของแชสซีส์ตัวใหม่บวกกับโครงสร้างแบบใหม่ทำให้มันมีน้ำหนักตัวลดลง 70 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับโมเดล Navara รุ่นที่แล้ว แอร์โรไดนามิกส์หรืออากาศพลศาสตร์ที่ถูกปรับแก้ใหม่หมด (cd.042) ส่งผลไปถึงการทรงตัวที่ดีขึ้น เรือนร่างใหม่ของ New Navara NP300 ประกอบด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED ให้ความสว่างมากกว่าไฟหน้าแบบเก่า 1.4 เท่า และไฟหรี่กลางวัน Daytime Runing Light อยู่ในกรอบพลาสติกโพลิเมอร์ใสรวมกับไฟหน้า กระจังหน้าะพลาสติกโครเมี่ยมสีเงินแบบใหม่ที่สื่อให้เห็นถึงแนวทางและความ พยายามในการปรับภาพลักษณ์ของโมเดลกระบะจาก Nissan เพื่อทำให้มันดูดีและสามารถลงแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่งเป็นปิกอัพแจ่มๆ เช่น Toyota Vigo / Mazda BT-50 Pro / Ford Ranger / Mitsubishi Triton / Chevrolet Colorado

กันชนหน้าขนาดใหญ่ตามสไตล์ของตัวลุยมีไฟตัดหมอกทรงกลมอยู่ในกรอบ พลาสติกโครเมี่ยม กันชนหน้าหรือสปอยเลอร์หน้าออกแบบให้มีลักษณะสองชั้นเพื่อเสริมมุมมองและ สร้างความแตกต่างในด้านความดุ ฝากระโปรงยกสันมุมเพื่อเน้นแสงเงายามตกกระทบ รวมถึงกระจกมองข้างที่ใช้กรอบพลาสติกโครเมียมสีเงินกับไฟเลี้ยวภายใน กรอบกระจกมองข้างตามสมัยนิยม เส้นสายด้านหน้าที่เน้นความบึกบึนและความทรหดอดทนของ Navara สอดประสานไปกับแนวทางการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่คุณสามารถพบเห็นได้ในรถลุย โมเดลใหม่ๆ จากแบรนด์ Nissan

Navara NP300 Double Cab รุ่นท็อปสุดมีด้านข้างที่เน้นความเป็นตัวตนของปิกอัพพันธ์ุลุย โป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่รอบคันผนวกโครงสร้างแชสซีส์ที่รับแรงบิดได้เพิ่มมากขึ้น ขนาดมุมของโครงสร้างใหม่ที่ทำจากเหล็กคุณภาพสูง ทำให้ยึดเกาะกับผิวถนนได้ดี ช่วยให้การวิ่งไปในพื้นที่ลาดเอียงได้มากถึง 31 องศา องค์ประกอบของแชสซีส์ทั้งหมดถูกห่อด้วยเฟรมตัวถังที่แข็งแกร่ง ระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถถูปรับแก้ให้มีระยะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของเครื่องยนต์ เกียร์และเฟืองท้ายต่ำลงกว่าเดิมเพื่อลดค่า Center of gravity หรือการลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเพื่อจุดประสงค์ในการวิ่งทางเรียบให้ได้ความ มั่นคงเพิ่มขึ้น NP300 ใส่ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ห่อหุ้มด้วยยางรถปิกอัพสมรรถนะสูงของ Toyo Tires รุ่น Open Country ขนาด 255/60R18 108H เป็นยางรถปิกอัพกึ่งเรียบกึ่งลุยของค่าย Toyo Tires ที่สามารถบุกตะลุยทางฝุ่นได้เป็นอย่างดี

ล้ออัลลอยขอบ 18 สีเงินสลับดำมีก้านวงที่แข็งแรงเหมาะสมสำหรับการตะลุยไปในพื้นที่ที่รถเก๋ง ไม่สามารถฟันฝ่าเข้าไปได้ รุ่นสูงสุดของNissan New Nevara ยังมีกาบบันไดแบบออฟโรด โป่งซุ้มล้อโหดๆ และตัวยึดแรคหลังคาซึ่งกลายเป็นของจำเป็นสำหรับตัวลุยยุคใหม่ เสาหน้ามีองศาความลาดเอียงมากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ของบานประตูหลังเสริมคุณประโยชน์ของการใช้สอย ด้วยการขยายพื้นที่สำหรับวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะเน้นความโล่งโปร่งสบาย โลหะที่ใช้ทำตัวเหยียบกาบบันไดเพื่อเข้าสู่ห้องโดยสารยังใช้วัสดุโลหะเพื่อ ความหรูในด้านของมุมมอง มิติของตัวรถยาว 5,255 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร และสูง 1,785 มิลลิเมตร ระยะห่างของล้อหน้า-หลัง 3,150 มิลลิเมตร ฐานล้อหน้าและหลังเท่ากันที่ 1,570 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 218 มิลลิเมตร บนน้ำหนักตัว 1,820 กิโลกรัม ลดลง 70 กิโลกรัมเมื่อเปรียบเทียบกับ Navara รุ่นที่แล้ว

บั้นท้ายของ New Navara NP300 ประกอบด้วยฝาท้ายแบบใหม่ที่ทั้งใหญ่และหนา ส่อเจตนารมณ์ในการออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อความทนทานบวกการรับแรงหรือการ เปิด-ปิด เพื่อขนสัมภาระหนักๆ จุดยึดฝาท้ายที่ใช้เหล็กพับมีขนาดใหญ่ขึ้นและมือจับที่เปิดบานฝาท้ายแบบใหม่ สำหรับทรงของไฟท้ายแนวปิกอัพหนีไม่ออกกับไฟท้ายแนวตั้งที่เหมาะกับรูปแบบของ ตัวรถ กันชนหลังโลหะเน้นความแข็งแกร่งทั้งการเหยียบขึ้น-ลง รวมถึงการเปิด-ปิดที่สอดรับกับการใช้งานของฝาท้าย ไฟเบรกดวงที่สามแบบหลอด LED อยู่ด้านบนสุดของกระจกบังลมบานหลัง เพิ่มมุมมองในด้านความปลอดภัยสำหรับรถคันหลังที่ขับตามมาเมื่อต้องใช้เบรก เสาวิทยุขนาดเล็กติดตั้งอยู่กึ่งกลางของแนวหลังคาส่วนท้าย ที่ขาดไม่ได้คือยางกันโคลนที่มีให้ทุกซุ้มล้อเพื่อป้องกันเศษดินเลน โคลนกระเด็นขึ้นมาเปื้อนตัวถัง

ห้องโดยสารในรุ่น Double Cab มีความกว้างมากยิ่งขึ้นจากการออกแบบโดยเน้นไปที่ความอเนกประสงค์ คอนโซลพลาสติกฉีดขึ้นรูป วางตำแหน่งของจอมัลติฟังก์ชั่นของ Kenwood สั่งงานด้วยระบบสัมผัสเอาไว้ตรงบริเวณกึ่งกลางของคอนโซล ช่องแอร์ทรงเหลี่ยม มีสวิตช์ไฟฉุกเฉินอยู่ตรงกลางดูแปลกตา ถัดจากจอมัลติฟังก์ชั่นต่ำลงมาเป็นชุดควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วนสั่งงานด้วย ระบบดิจิตอลตามสมัยนิยม แผงควบคุมแอร์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย รวมถึงช่องแอร์ด้านหลังเอาใจผู้โดยสารตอนหลังในประเทศเขตร้อน แผงแอร์มีสวิตช์ทรงเหลี่ยม ปรับตั้งควบคุมอุณหภูมิด้านซ้ายและขวา ปุ่มเร่งหรือลดความแรงของพัดลมแอร์ ที่อยู่ต่ำลงไปอีกนิดคือช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า 12V กับสวิตช์ควบคุมโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4L/4H เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับตั้งระดับความสูงต่ำและเลื่อนเข้า-ออกได้ด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า เบาะทุกตำแหน่งของรุ่น Double Cab หุ้มด้วยหนังแท้ แผงประตูและคอนโซลกลางมีที่วางแก้วน้ำกรุด้วยพลาสติกสีเงิน

พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง มีสวิตช์ปรับตั้งค่าต่างๆ ผ่านจอ MID ขนาดเล็กบริเวณกึ่งกลางมาตรวัดและเชื่อมต่อกับระบบเครื่องเสียงหรือสั่งงาน จอภาพด้วยการกดสวิตช์ ปุ่มรับหรือวางโทรศัพท์ไร้สาย หน้าปัดมาตรวัดล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน เป็นมาตรวัดแบบเรืองแสงที่อ่านค่าได้ง่าย กึ่งกลางมาตรวัดมีจอ MID ที่สามารถปรับตั้งให้แจ้งข้อมูลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จอภาพ MID หรือ Multi information display แจ้งเตือนการทำงานของระบบต่างๆ เช่น นาฬิกา ทริปมิเตอร์ แจ้งระยะการบำรุงรักษา ปรับตั้งเสียงเตือนในโหมดต่างๆ ปรับตั้งระบบไฟส่องสว่าง ระบบล็อกประตู ระบบขับเคลื่อน และเข็มทิศ ส่วนจอภาพระบบสัมผัสที่คอนโซลกลางมีระบบนำทางด้วยดาวเทียม วิทยุ CD/DVD/MP3/ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก AUX/USB แม้ความคมชัดจะเป็นรองจอราคาแพงของรถยุโรปแต่ใช้งานได้ง่ายและมีรูปแบบที่ สวยงามเข้ากับแผงคอนโซลกลางได้ดีจากการออกแบบ (ชุดจอของ Kenwood คล้ายกับ Subaru XV)

เครื่องยนต์ของ Nissan Navara NP300 เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบรุ่นล่าสุดความจุ 2.5 ลิตร เครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้มีการปรับสมรรถนะเพื่อความประหยัดและทำให้มีแรง บิดรอบต่ำเพียงพอต่อความต้องการในการเอาตัวรอดบนทางวิบาก เครื่องยนต์ดีเซลยังปรับจูนมาเพื่อลดมลพิษ เครื่องยนต์รหัส YD25 DDTi ประกอบด้วยพาราเรลพอร์ตฝาสูบที่ปรับให้ดีขึ้น วาว์ล EGR มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมด้วยบายพาสอินเจคเตอร์แรงดัน 200 MPa ระบบอัดอากาศหรือเทอร์โบชาร์จเจอร์พร้อมหัวฉีดไฟฟ้าไดเรคอินเจคชั่น พร้อมอัตราการบีบอัดต่ำ กระบอกสูบ 89.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก100. 0 มิลลิเมตร ปริมาตรความจุ 2,488 ซีซี ให้กำลัง 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร หรือ 45.9 กิโลกรัมเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที

อัตราส่วนกำลังอัดของเครื่อง YD25 DDTiอยู่ที่ 15.0:1 ถังเชื้อเพลิงความจุ 80 ลิตร ค่าไอเสียมาตรฐาน EURO-4 ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ เป็นชุดส่งกำลังแบบล่าสุดที่เน้นอัตราทดครอบคลุมทุกๆ ย่านแรงบิด อัตราทดที่กว้างทำให้ช่วงความเร็วในแต่ละเกียร์กว้างขึ้น อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงดีขึ้นจาก idle neutral control รวมไปถึง L/U แดมเปอร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ สำหรับใช้วิ่งทางยาว ช่วยให้ L/U ทำงานในรอบต่ำโดยไม่ส่งเสียงรบกวนมากนัก แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ลดลงจากจุดยึดพวกยางแท่นเครื่อง แท่นเกียร์ใหม่หมด ระบบบังคับเลี้ยวเนื่องจากต้องรับแรงมากกว่าปกติ จากการทำตัวเป็นรถลุยที่ใช้บรรทุกของหนักๆ NP300 ใช้พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพาวเวอร์สายพาน มีพูเลย์เชื่อมต่อกับจุดหมุนของเครื่องยนต์เพื่อหมุนปั๊มพาว์เวอร์หล่อลื่น น้ำมันในระบบบังคับเลี้ยว

ระบบรองรับของ Nissan Navara NP300 มาพร้อมกับสมรรถนะของการขับขี่แบบออฟโรด ด้วยการออกแบบความสูงจากพื้นทำมุมเข้าหากันที่ 31 องศา มุมออก 25.6 องศา สามารถขับผ่านน้ำท่วมขังหรือหลุมบ่อที่มีความลึก 450 มิลลเมตร รวมถึงความสามารถในการไต่พื้นที่ลาดชันถึง 51 องศา ช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนบวกเหล็กกันโคลงหน้า ด้านหลังมัลติลิฟพร้อมโช้คอัพ ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าเป็นแบบดิสเบรก ส่วนด้านหลังยังคงใช้ดรัมเบรกพร้อมตัวช่วย เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Shift on The Fly ช่วยให้การปรับระบบขับเคลื่อนสามารถกระทำได้ในขณะที่รถยังวิ่งอยู่ที่ย่าน ความเร็ว 100 กิโลเมตร เฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ล็อกอัตโนมัติ เป็นเฟืองท้ายที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ออฟโรด โดยใช้เฟืองส่งกำลังไปที่ล้อขับเคลื่อนในปริมาณที่เท่ากันเพื่อสร้างความ สมดุลสูงสุดขณะขับเคลื่อน ระบบ HDC ควบคุมการวิ่งลงทางลาดชัน โดยยังคงความเร็วต่ำสำหรับการขับลงเนินชัน ระบบ HAS ระบบออกตัวบนทางลาดชัน เฟืองท้ายแบบ LSD จำกัดการลื่นไถล

NISSAN NAVARA NP300 4x4 DOUBLE CAB DC 4WD VL 7AT – 996,000 บาท
มิติตัวถัง
กว้าง..........................................................................1,850 มิลลิมเตร
ยาว............................................................................5,255 มิลลิเมตร
สูง...............................................................................1,790 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า-หลัง..................................................3,150 มิลลิเมตร
ฐานล้อหน้า-หลัง........................................................1,570 / 1,570 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง...........................................220 มิลลิเมตร
น้ำหนักตัวรถ...............................................................1,905 กิโลกรัม
ล้อ และ ยาง................................................................... อัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Toyo Tires รุ่น Open Country ขนาด 255/60R18 108H
เครื่องยนต์.................................................................ดีเซลเทอร์โบแบบแถวเรียง 4 สูบ รหัส YD25DDT-i
แบบ...........................................................................DOHC 16 วาว์ล VGSI เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง.....................................................คอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ควบคุมด้วย ECCS 32 bits
กระบอกสูบxช่วงชัก...................................................89.0 มิลลิเมตรx 100.0 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุ.........................................................2,488 ซีซี
กำลังสูงสุด..............................................................140 กิโลวัตต์ 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...........................................................450 นิวตันเมตร 45.9 กิโลกรัมเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที
อัตราส่วนกำลังอัด..................................................15.0:1
ความจุถังเชื้อเพลิง.......................................................80 ลิตร
มาตรฐานไอเสีย..........................................................EURO-4
ระบบส่งกำลัง.............................................................เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด
ระบบขับเคลื่อน..........................................................2x4 / 4x4ล้อ Shift on The Fly (4L / 4H)
ระบบบังคับเลี้ยว........................................................พวงมาลัยพาวเวอร์แรคแอนพีเนียน
ระบรองรับ
ด้านหน้า....................................................................ดับเบิ้ลวิชโบน เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง....................................................................มัลติลิฟ โช้คอัพ
ระบบห้ามล้อ
ด้านหน้า....................................................................ดิสเบรก
ด้านหลัง....................................................................ดรัมเบรก


ราคา All New Nissan Navara 2014
NAVARA NP300 KING CAB
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC S 6MT – 575,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC E 6MT – 631,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC V 6MT – 670,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC Calibre S 6MT – 681,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC Calibre E 6MT – 728,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC Calibre EL 6MT – 743,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC Calibre V 7AT – 807,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น KC 4WD V 6MT – 842,000 บาท
NAVARA NP300 Double CAB
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC S 6MT – 656,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC E 6MT – 712,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre S 6MT – 757,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre E 6MT – 804,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre EL 6MT – 819,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre EL 7AT – 861,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre V 7AT – 892,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC Calibre VL 6MT – 921,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC 4WD S 6MT – 832,000 บาท
ราคา All New Nissan Navara 2014 NP300 รุ่น DC 4WD VL 7AT – 996,000 บาท (คันทดสอบ)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ขอขอบพระคุณ คุณอาคม  รวมสุวรรณ ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ไม่มีที่ติให้พวกเราได้ค้นหากัน และต้องขอขอบคุณ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ผู้นำด้านการให้บริการ เช่ารถตู้ vip รถหรูระดับผู้บริหาร มาตรฐานความปลอดภัยสูง